อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า Surge Protection

฿120.00

ความผิดปรกติที่เกิดขึ้นในระบบสายส่งไฟฟ้าย่อมสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต่อพ่วงอยู่ ลักษณะของปัญหาที่ก่อเหตุการณ์ผิดปรกติมาจากการสร้างแรงดันขนาดมหาศาลในเวลาอันสั้นที่เรียกว่า Transient หรือแรงดันไฟกระชาก ซึ่งเป็นไฟแรงดันสูงที่เกิดจากการเหนี่ยวนำทางแม่เหล็กไฟฟ้าเข้ามายังระบบสายส่งสัญญาณไฟฟ้าจนเป็นต้นเหตุส่วนใหญ่ที่ก่อให้เกิดปัญหาขึ้น หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดแรงดันไฟกระชากจนมีผลเสียกับอุปกรณ์ไฟฟ้านั่นคือปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น ฟ้าผ่า ฝนตกฟ้าคะนอง พายุ แผ่นดินไหว

รหัสสินค้า: D6666665 หมวดหมู่:

รายละเอียด

เคล็ดลบปกป้องปลอดภัยด้วยอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า Surge Protection

 

ความผิดปรกติที่เกิดขึ้นในระบบสายส่งไฟฟ้าย่อมสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต่อพ่วงอยู่ ลักษณะของปัญหาที่ก่อเหตุการณ์ผิดปรกติมาจากการสร้างแรงดันขนาดมหาศาลในเวลาอันสั้นที่เรียกว่า Transient หรือแรงดันไฟกระชาก ซึ่งเป็นไฟแรงดันสูงที่เกิดจากการเหนี่ยวนำทางแม่เหล็กไฟฟ้าเข้ามายังระบบสายส่งสัญญาณไฟฟ้าจนเป็นต้นเหตุส่วนใหญ่ที่ก่อให้เกิดปัญหาขึ้น หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดแรงดันไฟกระชากจนมีผลเสียกับอุปกรณ์ไฟฟ้านั่นคือปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น ฟ้าผ่า ฝนตกฟ้าคะนอง พายุ แผ่นดินไหว

 

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น ฟ้าผ่า ฝนตกฟ้าคะนอง พายุ จะเกิดผลกระทบกับสัญญาณระบบไฟฟ้าในสายส่งไฟฟ้าก็ต่อเมื่อปรากฏการณ์เหล่านี้ก่อให้เกิดแรงดันสูงไหลผ่านจากท้องฟ้าลงสู่ผืนดินอย่างรวดเร็วเกิดพลังแม่เหล็กขนาดมหาศาลในเวลาอันสั้น สายส่งสัญญาณไฟฟ้าเมื่อพาดยาวไปตามทางทำหน้าที่ส่งสัญญาณไฟฟ้าจากโรงงานผลิตไฟฟ้าไปยังครัวเรือน มีลักษณะเป็นสายลวดที่พาดยาวเสมือนสายอากาศ และเป็นสายอากาศที่มีอัตราขยายสูงมากเพราะมีความยาวที่ยาวมาก เมื่อมีพลังแม่เหล็กขนาดมหาศาลที่เกิดขึ้นในระยะข้างเคียงก็สามารถที่จะเหนี่ยวนำพลังแม่เหล็กที่เกิดขึ้นเข้ามาในระบบไฟฟ้าได้ จนก่อให้เกิดปัญหากับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่สามารถทนแรงดันสูงมากได้ เราจะพบเห็นได้บ่อยครั้งที่อุปกรณ์ไฟฟ้าในสถานที่มีความเสี่ยงเกิดการไหม้โดยไม่มีสาเหตุ ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นแล้วสันนิษฐานว่าไฟฟ้าลัดวงจรก็เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของเหตุการณ์นั้นเช่นกัน นี่คือสาเหตุที่ต้องแจ้งเตือนผู้ใช้ไฟฟ้าให้ถอดปลั๊กไฟฟ้าออกทุกครั้งหลักเลิกใช้งานเพื่อป้องกันเหตุอัคคีภัยที่จะมีต้นเหตุเกิดมาจากไฟฟ้าลัดวงจรเพราะแรงดันไฟกระชากนี่เอง

 

ผลกระทบจากเหตุการณ์ฟ้าผ่าย่อมก่อให้เกิดผลเสียทั้งโดยตรงกับอุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิคส์ คอมพิวเตอร์ เครื่องจักรอุตสาหกรรม เป็นสาเหตุที่ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้เกิดการชำรุดเสียหายได้ในชั่วข้ามคืน หรืออายุการใช้งานสั้นลง เสถียรภาพในการใช้งานลดน้อยลง เราจำเป็นต้องแก้ไขปัญหานี้ด้วยการใช้อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่าเพื่อรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นมาโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว มารู้จักอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่ากันให้มากขึ้นกัน ไปดูกันครับ

 

  1. รู้ทันเข้าใจการทำงานของอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า Surge protection

การทำงานโดยทั่วไปของอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่าคือมีหน้าที่ลัดวงจรไฟกระชาก แรงดันไฟที่สูงถึงค่าพิกัดบนตัวมัน เจ้าอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่าจะทำหน้าที่ลัดวงจร เพื่อตัดไฟฟ้าที่จะไหลเข้าสู่อุปกรณ์ไฟฟ้า ทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรไหลลงไปสู่ระบบกราวด์ หรือสายดินนั่นเอง เป็นการทำงานที่ไวมาก และในภาวะปกติเจ้าอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่านี้จะเสมือนไม่มีตัวตนอยู่ในระบบ มันจึงสามารถป้องกันอุปกรณ์ที่ต่อพ่วงกับระบบไฟฟ้าไม่ให้โดนไฟฟ้าแรงดันสูงกระชากเข้ามาทำลายอุปกรณ์ที่ต่อพ่วงนั้นอยู่ได้ ในการป้องกันนี้มีความจำเป็นสูงมากที่ต้องพึ่งพาระบบสายดินที่ดี ดังนั้นระบบไฟฟ้าจึงควรทำการต่อระบบสายดินไว้ให้เรียบร้อย

 

  1. อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า Surge protection เลือกอุปกรณ์แบบไหนดี

มีอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า Surge protection หลากหลายแบบให้เลือกใช้ ซึ่งแบ่งแยกตามวัตถุประสงค์ของการและสเปคของอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า จึงจำเป็นต้องให้มีผู้มีประสบการณ์เป็นผู้ให้คำแนะนำปรึกษา หรือควรศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่าให้เหมาะสม แต่โดยหลักใหญ่อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่าต้องทำหน้าที่ป้องกันไฟกระชากแรงดันสูงในเวลาเพียงชั่วขณะให้ได้ดี โดยทั่วไปมักประกอบขึ้นจากอุปกรณ์ป้องกันประเภทต่างๆ ดังนี้

 

อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า Surge protection แบบ  MOV(Metal Oxide Varistor) เป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมสูงมากเนื่องจากราคาไม่แพงและทำงานได้ดี การทำงานในเชิงเทคนิคอธิบายได้ว่า เมื่อสถานการณ์ปรกติ MOVจะมีค่าความต้านทานสูงมากเสมือนเปิดวงจร แต่เมื่อมีระดับแรงดันไฟฟ้าสูงขึ้นถึงพิกัดของมัน MOV จะปรับสภาพความต้านทานให้ต่ำลงเพื่อปิดวงจรเสมือนลัดวงจรจึงทำให้ป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต่ออยู่ด้านหลังมันได้ โดยสามารถทำงานได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ได้เร็วถึง 20 นาโนวินาที แต่อุปกรณ์ชนิดนี้มักจะเสื่อมเมื่อมีแรงดันไฟกระชากเข้ามาเกินกว่าค่าพิกัดประมาณ 100 แอมแปร์ โดยทั่วไปเรามักพบอยู่ในปลั๊กไฟฟ้าที่มีระดับราคาขนาดกลางไปจนกระทั่งราคาแพง ทำหน้าที่กรองระดับสัญญาณไฟให้เรียบ และป้องกันไฟกระชากได้ดี มักใช้อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่าชนิดนี้ต่ออยู่หลังฟิวส์ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกิน เพื่อป้องกันกรณีที่ MOV เกิดการลัดวงจร อาจจะเพราะกระแสเกินหรือเกิดการเสื่อมสภาพไม่สามารถทำงานได้เป็นปรกติได้

 

อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า Surge protection แบบ GDT(Gas Discharge Tube) นิยมใช้ป้องกันอุปกรณ์สื่อสาร ที่ต้องรองรับระดับพิกัดแรงดันไฟ และกระแสที่สูงมาก เช่น กล่องกันฟ้าระบบโทรศัพท์บ้านและอาคาร กล่องกันฟ้าระบบอินเตอร์เน็ตไร้สาย กล่องกันฟ้าระบบสื่อสารโทรคมนาคมตามเสาสูง การทำงานหลักๆ ยังคงเหมือนแบบ MOV แต่อุปกรณ์ป้องกันแบบนี้ใช้แก๊สเป็นสารภายในเพื่อให้ค่าพิกัดทนแรงดันไฟฟ้าที่สูงมากประมาณ 20 กิโลโวลต์ และค่าพิกัดทนกระแสไฟฟ้าที่สูงมากประมาณ 2,500 แอมแปร์ โดยแก๊สที่อยู่ภายในจะมีสถานะการนำไฟฟ้าที่แย่มากเสมือนเปิดวงจร แต่เมื่อมีแรงดันกระชากที่สูงมากเข้าไปในระบบไฟฟ้าแรงดันนั้นจะไปกระตุ้นการทำงานให้ก๊าซเกิดการนำไฟฟ้าขึ้นเสมือนปิดวงจร หรือลัดวงจรจึงทำหน้าที่ป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต่อพ่วงในระบบไฟฟ้าได้เช่นกัน ข้อดีคือมีพิกัดทนระดับแรงดันไฟ และกระแสไฟที่ค่อนข้างสูงกว่า MOV แต่การทำงานช้ากว่า จึงไม่เหมาะกับการกรองระดับแรงดันไฟให้เรียบในกรณีที่เกิดแรงดันไฟสูงกระชากบ่อยๆ

 

อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า Surge protection แบบ SAD(Silicon Avalanche Diode) นิยมใช้ประกอบในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรทัศน์ ระบบสื่อสาร คอมพิวเตอร์ ที่ต้องการความแม่นยำในการทำงานและอ่อนไหวกับระบบไฟฟ้าที่ใช้งานอยู่ การทำงานของ SAD รวดเร็วมากประมาณ 5 นาโนวินาที ไวมากกว่า MOV ถึง 4 เท่า และมีค่าพิกัดทนกระแสได้มากถึง 1กิโลแอมแปร์ สามารถทำงานได้เมื่อเกิดความต่างทางแรงดันไฟฟ้าเพียงเล็กน้อยจึงเหมาะที่จะใช้รักษาระดับแรงดันไฟให้เรียบเพื่อปกป้องวงจรอิเล็กทรอนิกส์ให้มีอายุการใช้งานที่ยืนยาว และรักษาเสถียรภาพของเครื่องให้ทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือ

 

  1. การป้องกันฟ้าผ่า Surge protection เลือกตามลักษณะงาน

การป้องกันฟ้าผ่า Surge protection แบ่งการใช้งานตามลักษณะงานออกเป็น 2 แบบคือ การป้องกันฟ้าผ่าที่ใช้ป้องกันทางสายไฟฟ้า และป้องกันฟ้าผ่าทางสายนำสัญญาณสื่อสาร ซึ่งต้องเลือกให้ถูกแบบเพื่อปกป้องอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็ทรอนิกส์ให้ได้ผลอย่างแท้จริง

 

การป้องกันฟ้าผ่า Surge protection ที่ใช้ป้องกันทางสายไฟฟ้า นิยมติดตั้งที่จุดกระจายไฟตำแหน่งหลักของตู้ระบบไฟฟ้า MDB มักใช้อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่าทำการต่อแบบขนานกับระบบไฟฟ้าเพื่อป้องกันไฟฟ้ากระชากเข้ามาในระบบแบบองค์รวม การป้องกันทำได้ไม่ละเอียดมาก ลดความเสียหายจากเหตุฟ้าผ่า และไฟกระชากที่ไม่รุนแรงมากนัก เหมาะกับระบบไฟฟ้าทั่วไป เช่น ไฟแสงสว่าง ระบบแอร์ มอเตอร์โรงงาน เป็นต้น

 

คือ การป้องกันฟ้าผ่า Surge protection ที่ใช้ป้องกันทางสายนำสัญญาณสื่อสาร การต่อระบบป้องกันต้องต่อแบบอนุกรมกับระบบ นิยมใช้กับอุปกรณ์ที่ต้องการใช้ไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ และมีความไวต่อการกระทบทางด้านไฟฟ้า จึงนิยมติดตั้งให้ใกล้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออุปกรณ์สื่อสารให้มากที่สุด นอกจากจะป้องกันไฟฟ้าแรงดันสูงที่กระชากเข้ามาแล้วยังมีความสามารถกรองไฟในระดับปรกติให้มีความเรียบมากขึ้นเหมาะกับการใช้งาน จึงส่งผลให้อุปกรณ์ที่มีราคาแพงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง และมีเสถียรภาพที่ดี

 

ในการปฏิบัติงานจริงจึงจำเป็นต้องมี อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า Surge protection ทั้ง 2 แบบต่อร่วมกันเพื่อป้องกันอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าให้ครอบคลุมการใช้งานมากที่สุดและช่วยป้องกันผลกระทบจากไฟฟ้ากระชากที่จะทำให้ลดค่าใช้จ่ายด้านการดูแลอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นลงได้

 

  1. อายุใช้งานอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า Surge protection

อายุการใช้งานอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า Surge protection ไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขได้ ความเสื่อมของอุปกรณ์ชนิดนี้จะขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่เกิดไฟกระชากและอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่าเหล่านี้ทำงานตามพิกัดแรงดัน พิกัดกระแส และจำนวนครั้งที่มันทำงาน

 

  1. ระบบสายดินสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึง

การป้องกันระบบไฟฟ้าที่ดีต้องคำนึงถึงระบบสายดินที่ดีด้วย เพราะการระบายไฟฟ้าส่วนเกินของอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า Surge protection นั้นต้องระบายลงไปยังระบบสายดิน ดังนั้นจึงควรออกแบบทางเดินไฟฟ้าระบบสายดินให้ลงดินได้อย่างสะดวก รวมไปถึงการราดรดสารเคมีที่ช่วยให้การเป็นระบบสายดินที่ดีทำงานได้อย่างยาวนานขึ้นด้วย

 

การปกป้องอุปกรณ์ไฟฟ้าจากอันตรายที่คาดไม่ถึงเช่นเหตุการณ์ฟ้าผ่านั้น แม้ว่าจะปกป้องได้ไม่ทั้งหมดแต่ก็ช่วยลดผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นภายหลังได้ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ออกแบบ และติดตั้งที่ดี ก็จะช่วยให้อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของคุณได้รับการปกป้องที่ดีเช่นกัน