หัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11

฿100.00

100 บาท/1 ถุง มี 10 ตัว

 

หัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 คุณทราบไหมมันหมายถึงอะไร? หลายท่านคงยังไม่ทราบและได้แต่เรียกตามๆ กันไปว่าสาย RJ11 หัว RJ11 เอาล่ะเรามาเท้าความเดิมกันก่อน สาย RJ ย่อมาจาก Registered Jack แปลตรงๆ ง่ายๆ ได้ว่าเป็นปลั๊กเชื่อมต่อที่ได้ลงทะเบียนไว้แล้ว จะอะไรซะอีก ก็คือมาตรฐานยังไงล่ะครับ ดังนั้นสาย RJ ก็คือสายที่เป็นมาตรฐานในการเชื่อมต่อสื่อสารกันนั่นเอง ซึ่งใน WiKi ได้นิยามไว้ว่า สาย RJ นั้น เป็นมาตรฐานหัวปลั๊กที่เชื่อมต่อกันทางการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการในท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการสื่อสารระยะไกล เป้าหมายก็เพื่อให้ผู้ให้บริการสามารถใช้งานร่วมกันได้บนมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งพัฒนาแก้ไขมาจาก USOC หรือ Universal Service Ordering Code ซึ่งเป็นระบบของบริษัทสื่อสารยี่ห้อ Bell ในสหรัฐอเมริกา

รหัสสินค้า: F545566 หมวดหมู่:

รายละเอียด

 เทคนิคลับ รู้จัก เข้าใจ และใช้ หัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 ให้เป็นงาน

 

หัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 คุณทราบไหมมันหมายถึงอะไร? หลายท่านคงยังไม่ทราบและได้แต่เรียกตามๆ กันไปว่าสาย RJ11 หัว RJ11 เอาล่ะเรามาเท้าความเดิมกันก่อน สาย RJ ย่อมาจาก Registered Jack แปลตรงๆ ง่ายๆ ได้ว่าเป็นปลั๊กเชื่อมต่อที่ได้ลงทะเบียนไว้แล้ว จะอะไรซะอีก ก็คือมาตรฐานยังไงล่ะครับ ดังนั้นสาย RJ ก็คือสายที่เป็นมาตรฐานในการเชื่อมต่อสื่อสารกันนั่นเอง ซึ่งใน WiKi ได้นิยามไว้ว่า สาย RJ นั้น เป็นมาตรฐานหัวปลั๊กที่เชื่อมต่อกันทางการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการในท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการสื่อสารระยะไกล เป้าหมายก็เพื่อให้ผู้ให้บริการสามารถใช้งานร่วมกันได้บนมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งพัฒนาแก้ไขมาจาก USOC หรือ Universal Service Ordering Code ซึ่งเป็นระบบของบริษัทสื่อสารยี่ห้อ Bell ในสหรัฐอเมริกา

 

  1. มาตรฐานสาย RJ ที่นิยมใช้กันทั่วโลกเริ่มมาจากประเทศไหน

มาตรฐานการเชื่อมต่อแบบ RJ นั้นถูกกำหนดตั้งแต่หัวปลั๊กตั้วผู้ และปลั๊กตัวเมีย เป็นมาตรฐานปลั๊กที่ใช้เชื่อมต่อสื่อสารกันไปจนถึงโครงสร้างต่างๆ เช่น การต่อเชื่อม การเดินสาย รูปแบบสัญญาณ ส่วนตัวเลขที่มาต่อท้ายคำว่า RJ นั้นจะเป็นเลขสองหลักใช้เพื่อแสดงให้ทราบรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมัน เช่น RJ11, RJ14 และ RJ25 ต่างก็มีทุกสิ่งที่เกือบเหมือนกัน แต่ RJ11 จะหมายถึงการเชื่อมต่อระบบโทรศัพท์ที่เป็น 1 คู่สาย, RJ14 จะหมายถึงการเชื่อมต่อระบบโทรศัพท์ที่เป็น 2 คู่สาย และสุดท้าย RJ25 จะหมายถึงการเชื่อมต่อระบบโทรศัพท์ที่เป็น 3 คู่สาย จริงๆ แล้วมาตรฐาน RJ แบบนี้ใช้ภายในประเทศอเมริกาเท่านั้น แต่ในรูปแบบของ RJ ก็ถูกนำไปประยุกต์ใช้กันอย่างแพร่หลายกลายเป็นมาตรฐานใหม่ๆ ขึ้นมาเช่น RJ48 เพื่อใช้งานการเดินสายระบบ Internet ผ่านสายทองแดง ระบบ ISDN ซึ่งได้รับความนิยมมาก่อนเทคโนโลยี ADSL แต่ค่าใช้จ่ายอุปกรณ์แพงมาก ต่อมาเทคโนโลยี ADSL เข้ามาทดแทน ซึ่งสามารถใช้สาย RJ11 และสายทองแดงระบบเดียวกับระบบโทรศัพท์ได้ทันที RJ48 ก็เริ่มลดความนิยมลงไปในปัจจุบัน อีกประเภทที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกก็คือ สาย RJ45 เพื่อใช้เชื่อมต่อสื่อสารระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ คงไม่มีใครที่ใช้คอมพิวเตอร์แล้วไม่รู้จักสายแลน สายแลนนั่นล่ะครับคือสายมาตรฐาน RJ45 ไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนไหนของโลก สายแลนที่คุณพกพาไปใช้งานได้แน่นอน

 

  1. สายนำสัญญาณภายในหัว RJ11 ทำไมไม่เคยต่อครบขั้ว

แน่นอนว่าคุณต้องเคยเห็นหัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 เคยสังเกตไหม ขั้วทองแดงด้านนอกที่เราเห็นจะมีหน้าสัมผัส 6 ขั้วแต่ด้านในจะมีสายทองแดงแค่สองเส้น ไม่ต้องสงสัยหรอกครับ มาตรฐาน RJ11 เป็นอย่างนั้นเอง การใช้งานจริงสาย RJ11 จะใช้สายนำสัญญาณเพียง 2 เส้นต่อ 1 คู่สาย ดังนั้นคุณจึงเห็นสายทองแดงในบริเวณหัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 มีเพียง 2 เส้น เราเรียกว่า 6P2C  ในมาตรฐาน RJ ชนิดอื่นๆ ก็ทำนองเดียวกันนี้ เช่น RJ14 จะใช้สายนำสัญญาณทั้งหมด 4 เส้น จากหน้าสัมผัส 6 ขั้วเช่นกัน เรียกว่า 6P4C ดังนั้นการใช้งานในแต่ละมาตรฐานจะถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าต้องมีหัวปลั๊กตัวผู้ หัวปลั๊กตัวเมีย และสายเดินสัญญาณที่ใช้กับมาตรฐาน RJ นั้นๆ ว่าต้องมีขั้วด้านนอกที่กี่ขั้วและแต่ละจำนวนสายนำสัญญาณในจุดประสงค์ของงานอะไร ซึ่งจะมีรายละเอียดปลีกย่อยลงไปในแต่ละงาน

 

  1. มาตรฐานหัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 ใช้ทำงานอะไรได้บ้าง

เมื่อเข้าใจเรื่องของมาตรฐาน RJ และ RJ11 แล้วก็มาต่อกันด้วยเรื่องของการใช้งานหัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 ว่าใช้งานในงานด้านไหนได้บ้าง หลักๆ ที่เราใช้ RJ11 นั้นจะใช้ในงานด้านการเชื่อมต่อเดินระบบโทรศัพท์ เป็นการเชื่อมต่อระหว่างจุดแรกคือตู้สาขา ผ่านสายโทรศัพท์ซึ่งจะมีทั้งสายโทรศัพท์แบบ 1 คู่สายที่ภายในมีสายนำสัญญาณ 2 เส้น และหลายคู่สาย อยู่ร่วมกันเป็นสายใหญ่ๆ เรียกว่าสาย มัลติคอร์  ซึ่งจะมีกี่คู่สายก็นับตามจำนวนของสายตัวนำสัญญาณ หากต้องใช้เดินระบบโทรศัพท์ภายนอกอาคารก็ควรเลือกชนิดที่มีฉนวนภายนอกป้องกันแสงแดด ความชื้น และต้องมีลวดสลิงตัวนำเพื่อใช้ในการดึงสายในขั้นตอนการติดตั้งซึ่งจะช่วยพยุงให้สายนำสัญญาณภายในไม่หักง่าย ลดปัญหาสายนำสัญญาณขาดในได้ดีในระดับหนึ่ง

 

อีกหลายๆ รูปแบบที่หัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 ถูกนำไปประยุกต์ใช้ ด้วยมาตรฐานที่แพร่หลายจึงสามารถหาของได้ง่ายในราคาไม่แพง เลือกยี่ห้อดีๆ ที่จะมาใช้งานได้หลากหลาย จึงถูกนิยมนำไปประยุกต์ใช้ในการสื่อสารข้อมูลคอมพิวเตอร์ ทั้งแบบการสื่อสารที่ใช้งานสายนำสัญญาณแบบทองแดง 1 คู่สาย หรือ 2 สายนำสัญญาณ โดยใช้มาตรฐานการเชื่อมต่อแบบ RS485 ซึ่งสามารถเดินสายได้ในระยะทางไกลระยะ 1 กิโลเมตร ขึ้นไปได้

 

ในระบบกล้องวงจรปิด CCTV ที่มีการประยุกต์ใช้ บาลัน CCTV ทำการแปลงสัญญาณภาพที่ต้องใช้ตัวนำสัญญาณแบบ RG/Radio Guide ให้มาใช้สายนำสัญญาณแบบ 1 คู่สาย 2 ตัวนำสัญญาณ ช่างบางรายได้ประยุกต์ใช้หัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 กับการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด CCTV เพื่อให้ง่ายต่อการติดตั้งและดูแลรักษาภายหลังได้อย่างสะดวก ในการติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV หากเป็นการเดินสายระยะไกล การนำหัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 ควรควบคู่กับการพิจารณาใช้สายนำสัญญาณที่มีคุณภาพด้วย หากเป็นการเดินสายระยะใกล้ไม่เกิน 5-10 เมตร และไม่มีสัญญาณรบกวนในบริเวณนั้น ก็สามารถเลือกใช้สายนำสัญญาณโทรศัพท์แบบ 1 คู่สาย 2 ตัวนำสัญญาณได้ทันที แต่หากระยะทางไกลกว่านั้น ควรเลือกสายนำสัญญาณที่มีการตีเกลียวเพื่อลดสัญญาณรบกวนที่จะถูกเหนี่ยวนำเข้ามากวนยังสายนำสัญญาณ โดยอาจเลือกเป็นสายโทรศัพท์แบบที่มีการตีเกลียวภายใน ตลอดจนการเลือกใช้สายแลนคอมพิวเตอร์ ซึ่งถูกออกแบบมาให้พันเกลียวด้านในเพื่อลดสัญญาณรบกวนมาเป็นอย่างดี แต่หากยังไม่สามารถใช้สายพันตีเกลียวธรรมดาได้ ก็ให้เลือกใช้สายที่มีการชีลด์ป้องกันสัญญาณรบกวนที่มีราคาขยับสูงขึ้นมาแทนก็ช่วยให้การทำงานได้ผลลัพธ์ที่ดีได้

 

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะต้องมีการสื่อสารกันระหว่าง 2 บอร์ด นิยมใช้หัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 ในการสื่อสารข้อมูลเพราะง่ายต่อการติดตั้งและสะดวกกับการทดลอง การถอดเข้า ถอดออก บ่อยๆ จนไปถึงการใช้งานจริง สาย RJ11 มี 6 ขั้วสัญญาณ ในระบบโทรศัพท์เราใช้เพียง 1 คู่สายตัวนำสัญญาณ แต่ในระบบอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ที่ทำการติดต่อสื่อสารกันผ่านมาตรฐาน Serial นั้น ต้องใช้ทั้งหมด 3 คู่สาย 6 ตัวนำสัญญาณ จึงสามารถนำหัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 เข้ามาประยุกต์ใช้กันอย่างแพร่หลาย

 

  1. เลือกซื้อหัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 อย่างไร

วิธีที่ง่ายที่สุดในการเลือกซื้อหัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 นั่นคือการเลือกซื้อตามยี่ห้อ แต่การเลือกยี่ห้อดีๆ ดังๆ ที่ได้รับความนิยม หลายๆ ครั้งก็ได้ของปลอมมาอย่างไม่ตั้งใจ แต่เนื่องจากราคาค่าตัวของหัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 นั้นไม่ได้มีราคาแพงเลย ดังนั้นการเลือกซื้อจากร้านตัวแทนจำหน่ายที่สามารถออกใบเสร็จกำกับภาษี หรือบิลแวทให้เราได้นั้น ควรพิจารณามาเป็นอันดับแรกๆ นอกจากจะได้ความอุ่นใจว่าได้ของแท้แน่ๆ เรายังได้การรับประกันสินค้า ในกรณีที่สินค้าล็อตนั้นเกิดการผิดพลาดอันเนื่องมาจากโรงงานผู้ผลิต เราสามารถใช้บิลแวทประกอบกับสินค้าที่เสียหายนั้น แม้เราจะแกะใช้ไปบางส่วนแล้วก็ตาม เพื่อใช้ประกอบการร้องขอเปลี่ยนทดแทนสินค้ากับทางตัวแทนจำหน่ายให้ดำเนินการต่อไปยังบริษัทนำเข้าต่อไปได้อย่างเป็นระบบ แต่หากเราซื้อหัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 โดยไม่ได้คำนึงถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งผู้ให้บริการติดตั้งต่างๆ มักไม่ใส่ใจกับเรื่องการจัดซื้อจากตัวแทนจำหน่ายมากนัก เมื่อเกิดปัญหาขึ้นหัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 ที่ซื้อมาก็ต้องถูกทิ้งโดยไม่สามารถเรียกคืนค่าเสียหายกับทางร้านได้ ค่าใช้จ่ายต่างๆ เหล่านี้ก็จะถูกผลักไปสู่ผู้บริโภคซึ่งทำให้เกิดต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างไม่จำเป็น

 

ยี่ห้อหัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 ดังๆ ที่ได้รับความนิยมในท้องตลาดบ้านเรามีเพียง 2 ยี่ห้อเท่านั้นที่ขับเคี่ยวกันในตลาด ดังนั้นการหาข้อมูลคำแนะนำอาจหาได้ทั้งจากการสอบถามร้านตัวแทนจำหน่าย ไปจนถึงการสืบค้นในอินเตอร์เน็ตก็จะช่วยให้เรามีข้อมูลเพื่อใช้ในการกำหนดมาตรฐานงานติดตั้ง ราคา และการเลือกยี่ห้อเพื่อมาใช้งาน

 

  1. คีมบีบหัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11

การใช้หัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 จำเป็นต้องพึ่งพาคีมเข้าหัว RJ11 หรือคีมเข้าหัวสาย ซึ่งคีมที่จะนำมาใช้ควรเลือกที่มีคุณภาพดี การเข้าหัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 ต้องทำให้ตัวนำสัญญาณแนบเข้ากับหน้าสัมผัสทองแดงที่ขั้วหัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 ได้แน่น และเมื่อทำการดึงสายและหัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 ต้องยึดกันแน่นไม่หลุดออกจากกัน

จากเทคนิค 5 ข้อที่กล่าวมาก็จะทำให้ทุกท่านได้รู้และเข้าใจหัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 ได้มากขึ้น ได้ทราบข้อมูลการประยุกต์ใช้ วิธีการเลือกหัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 ที่ดี ไปจนถึงการตรวจสอบการเข้าหัวแจ็คโทรศัพท์ RJ11 ซึ่งจะเป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติงานได้เพิ่มขึ้นนั่นเอง